ปัจจัยที่ควบคุมการเจริญเติบโตของพืช

(Factors affecting plant growth)

พันธุกรรม แสง อุณหภูมิ ความชื้น แกส ปฏิกริยาของดิน ศัตรูพืช สารพิษ ธาตุอาหาร

Positive factor Negative factors Home



ในการเจริญเติบโตของพืชนั้น จะถูกควบคุมโดยปัจจัยใหญ่ๆ 2 อย่าง คือ
พันธุกรรม (genetic factor) ปัจจัยทางด้านพันธุกรรมนี้ เป็นตัวควบคุมขนาด รูปร่าง สีสรร

การให้ผลผลิต ความต้านทานต่อโรคและแมลง ฯลฯ ของพืช การที่พืชจะสามารถเจริญเติบโตได้สูงสุดแค่ไหน หรือให้ผลผลิตได้สูงสุดเพียงใดนั้น จะถูกควบคุมโดย ยีน(gene)ซึ่งอยู่บนโครโมโซมภายในเซลล์ จะเห็นได้ว่า ต้นข้าวโพดกับมะพร้าวนั้น แม้ว่าจะปลูกในดินชนิดเดียวกันและมีการปฏิบัติบำรุงรักษาเหมือนกันทุกอย่าง แต่พืชทั้งสองชนิดนี้ก็ไม่อาจเจริญเติบโตเท่าเทียมกันได้ ทั้งนี้เพราะพันธุกรรมของพืชทั้งสองนี้แตกต่างกัน ซึ่งทำให้ขนาดความสูงของลำต้นแตกต่างกัน
ในการเจริญเติบโตของพืชโดยทั่วๆไปนั้น จะถึงขีดสูงสุดตามที่พันธุกรรมกำหนดไว้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆต้นพืช หรืออาจกล่าวได้ว่า ขึ้นอยู่กับสภาพของ ดิน น้ำ อากาศ แสงแดดอุณหภูมิ ในพื้นที่นั้นๆ
สภาพแวดล้อม (Environment factors) สภาพแวดล้อมเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่
ควบคุมการเจริญเติบโตของพืช โดยทั่วไปแล้ว สภาพแวดล้อมมีขอบเขตที่กว้างขวางมาก แต่ในบทนี้จะพูดถึงสภาพแวดล้อมแต่ละอย่างเพียงย่อๆเท่านั้น
1) แสง (Light) แสงเป็นตัวที่ให้พลังงานแก่พืชเพื่อใช้ในขบวนการสังเคราะห์แสงซึ่งเป็นขบวนการที่ก่อให้เกิดแป้งและน้ำตาลแก่พืช นอกจากนั้น แสงยังมีบทบาทสำคัญในขบวนการต่างๆในพืชอีกหลายอย่าง เช่น การสังเคราะห์โปรตีน การคายน้ำ การควบคุมทิศทางในการเจริญเติบโตของพืช ฯลฯ
พืชแต่ละชนิดมีความต้องการแสงสำหรับการเจริญเติบโตในปริมาณมากน้อยต่างๆกันแล้วแต่ชนิดของพืช แต่อย่างไรก็ตาม พืชส่วนใหญ่เป็นพวกที่ต้องการแสงมากในการเจริญเติบโต มีพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่ต้องการแสงในการเจริญเติบโตน้อย เช่น หน้าวัว กล้วยไม้ เป็นต้น
ปริมาณแสงที่พืชได้รับนั้น นอกจากจะมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชแล้ว ยังมีผลต่อการออกดอกของพืชด้วย พืชบางชนิดจะออกดอกเมื่อความยาวในตอนกลางวันมากกว่ากลางคืน เราเรียกพืชชนิดนี้ว่า พืชวันยาว (long day plant) แต่พืชบางชนิดจะออกดอกเมื่อช่วงเวลาตอนกลางวันสั้นกว่ากลางคืน เราเรียกพืชชนิดนั้นว่า พืชวันสั้น (short day plant) แต่มีพืชหลายชนิดซึ่ง การออกดอกจะไม่ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ได้รับแสงในแต่ละวัน พืชพวกนี้เรียกว่า พืชวันกลาง (day neutral plants)
2) อุณหภูมิ(Temperature) อุณหภูมิของดินและของบรรยากาศ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืชในแง่ที่ว่า อุณหภูมิเป็นตัวควบคุมขบวนการ metabolism ในพืช เช่น ขบวนการผลิตแป้ง ขบวนการให้พลังงานแก่พืช ขบวนการสร้างสารประกอบ และขบวนการอื่นๆในพืช กล่าวคือ แต่ละขบวนการจะเกิดขึ้นได้ดีนั้น จะต้องมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ ซึ่งโดยปกติจะอยู่ระหว่าง 15 - 40 ํซ ถ้าอุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป ขบวนการ metabolism ต่างๆจะเกิดได้ช้า ซึ่งมีผลทำให้การเจริญเติบโตของพืชลดลงด้วย
3) ความชื้น (Moisture) ความชื้นนับว่ามีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชเป็นอย่างมาก เช่น ทำหน้าที่ละลายธาตุอาหารพืช ลำเลียงธาตุอาหารพืช ควบคุมอุณหภูมิของต้นพืช เป็นต้น ดังนั้น จะเห็นได้ว่า พืชจะขาดน้ำเสียไม่ได้ ถ้าพืชขาดน้ำจะแสดงอาการเหี่ยวเฉา ขบวนการต่างๆเกิดได้ช้า การเจริญเติบโตหยุดชะงักและอาจตายในที่สุด
4) แกสในดินและในบรรยากาศ แกสในดินและในบรรยากาศมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชหลายแง่ด้วยกัน เช่น แกสออกซิเจนในดิน เป็นแกสที่จำเป็นต่อการหายใจของพืชเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่พืชจะเจริญเติบโตและดูดธาตุอาหารได้นั้น จะต้องได้รับพลังงานจากขบวนการหายใจ ดังนั้นในดินที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอ การเจริญเติบโตของรากพืชจะถูกจำกัด ซึ่งจะมีผลกระทบกระเทือนต่อการเจริญเติบโตของพืชทั้งต้น
สำหรับในบรรยากาศ ออกซิเจนจะมีความจำเป็นต่อการหายใจของเซลล์พืชส่วนที่อยู่เหนือดินขึ้นมา และโดยปกติพืชจะไม่ค่อยขาด เนื่องจากในบรรยากาศมีแกสนี้อยู่ทั่วไป แกสในบรรยากาศที่นับว่ามีความสำคัญมากในขบวนการสังเคราะห์แสงของพืช ได้แก่ แกสคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งในสถานที่ต่างๆกัน จะมีปริมาณแกสคาร์บอนไดออกไซด์มากน้อยต่างกัน โดยทั่วไปบรรยากาศในเมือง จะมีคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าบรรยากาศในป่าทึบ พืชที่ขึ้นในบริเวณที่มีปริมาณแกสคาร์บอนไดออกไซด์สูง ควรจะสร้างแป้งและน้ำตาลได้มากกว่าพืชที่ขึ้นในบริเวณที่มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ
ในดินและในบรรยากาศบางครั้งอาจจะมีแกสพิษเกิดขึ้น เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ มีเทน หรือ แกสอะเซททีลิน ซึ่งเกิดจากขบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดินที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอแกสที่เกิดขึ้นนี้จะมีพิษต่อรากพืชเป็นอย่างยิ่ง คือทำให้รากพืชไม่สามารถดูดน้ำและธาตุอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ สำหรับในบรรยากาศโดยเฉพาะในแหล่งชุมชนและย่านอุตสาหกรรมจะมีแกสบางชนิดเกิดขึ้น เช่น แกสคาร์บอนโมนอกไซด์ ไนตริคออกไซด์ จากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งแกสดังกล่าวมีส่วนทำให้ขบวนการที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืชส่วนที่อยู่เหนือดินช้าลงหรือหยุดชะงักได้ ดังนั้น จะเห็นได้ว่า แกสในดินและในบรรยากาศ จะมีส่วนในการควบคุมการเจริญเติบโตของพืชด้วย
5) ปฏิกริยาของดิน (Soil reaction) ความเป็นกรดเป็นด่างของดินมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืชโดยที่ ความเป็นกรดเป็นด่างของดินจะเป็นตัวควบคุมระดับความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืชในดิน ถ้าดินนั้นมีระดับความเป็นกรดเป็นด่างที่เหมาะสม จะมีธาตุอาหารละลายออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชได้มาก โดยทั่วไป ธาตุอาหารพืชส่วนใหญ่จะละลายเป็นประโยชน์ต่อพืชได้มากเมื่อดินมีค่า pH ระหว่าง 6.5 - 7.5 ในดินที่เป็นกรดจัดหรือเป็นด่างจัดนั้น ไม่หมาะสมในการเจริญเติบโตของพืช และนอกจากนั้นยังอาจทำให้สารพิษบางอย่างละลายออกมาอยู่ในดินมากขึ้นด้วย
6) ศัตรูพืช ศัตรูพืชมี 3 ชนิด คือ โรค แมลง และวัชชพืช ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช กล่าวคือ ถ้าพืชได้รับการรบกวนจากศัตรูพืชดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายๆอย่าง ก็จะทำให้การเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของพืชลดลง
7) สารพิษ ดังได้กล่าวมาแล้วว่า แกสบางชนิดอาจจะเป็นพิษต่อพืชได้ คืออาจทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโตหรือตายได้ นอกจากนั้นยังมีสารประกอบบางชนิดซึ่งอาจเป็นพิษหรือทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโตและอาจทำให้พืชถึงตายได้ ยกตัวอย่างเช่น กรดอินทรีย์ซึ่งเกิดจากการเน่าเปื่อยของเศษพืช โดยเฉพาะเศษพืชสดๆที่เน่าเปื่อยในสภาพที่มีน้ำขังหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวกนั้น จะทำให้เกิดกรดอินทรีย์ขึ้นและกรดนี้จะเป็นพิษต่อรากพืชโดยตรงคือทำให้รากพืชลดความสามารถในการดูดน้ำและธาตุอาหารจากดิน นอกจากนั้น การที่ดินมีเกลือสะสมอยู่มาก เช่นเกลือของธาตุ แคลเซี่ยม โซเดียม รวมทั้งการที่มีธาตุเหล็ก แมงกานีส ละลายอยู่ในดินจำนวนมากๆ จะมีผลต่อการดูดน้ำและธาตุอาหารของพืชโดยตรง คือทำให้รากพืชดูดน้ำและธาตุอาหารพืชได้น้อยลง จึงทำให้การเจริญเติบโตของพืชลดลง
8) ธาตุอาหารพืช ธาตุอาหารพืชมีความสำคัญต่อพืชเช่นเดียวกับที่อาหารมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตทั่วๆไป กล่าวคือ ถ้าพืชได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นครบทุกธาตุและในสัดส่วนที่เหมาะสม พืชก็จะมีการเจริญเติบโตได้ดี แต่ในทางตรงข้าม ถ้าพืชได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอหรืออยู่ในสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมแล้ว ก็จะแสดงอาการผิดปกติหรือการเจริญเติบโตชะงักงันและอาจถึงตายในที่สุด


ในบรรดาปัจจัยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่กล่าวมาทั้ง 8 อย่างนี้ อาจแบ่งได้เป็น 2 พวก คือ
1.) Positive factors หมายถึงปัจจัยที่พืชจะต้องมี กล่าวคือ ถ้าพืชได้รับปัจจัยเหล่านี้ในปริมาณมากหรือได้สัดส่วน จะทำให้พืชมีการเจริญเติบโตดีขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่ แสง อุณหภูมิ ปฏิกริยาของดิน ความชื้น แกสในดินและในบรรยากาศ ธาตุอาหารพืช
2. Negative factors หมายถึงปัจจัยที่พืชจะต้องไม่มี กล่าวคือ ถ้าพืชได้รับปัจจัยชนิดนี้มาก จะทำให้การเจริญเติบโตลดลง ปัจจัยดังกล่าวนี้ได้แก่ ศัตรูพืช และ สารพิษต่างๆ